ข้อเสนอแนะต่อแนวทางของคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกในโมดูล A5

จาก ประเด็นทางวิชาการของคลองผันน้ำฝั่งตะวันตก ของ Module A5 (คลองผันน้ำสายใหม่ ขาณุฯ – ท่าล้อ) ทางเครือข่ายวิชาการมีข้อเสนอต่อกบอ.ต่อแนวทางของคลองผันน้ำฝั่งตะวันตกในโมดูล A5ดังนี้

1 ควรใช้ลำน้ำธรรมชาติเดิมที่มีอยู่ เช่น แม่น้ำน้อย และทำคันกั้นน้ำตลอดลำน้ำเพื่อให้สามารถรองรับน้ำหลากได้มากขึ้น แม่น้ำน้อยเป็นแม่น้ำสาขาแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ชุมชนปากแพรก อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ไหลผ่านไหลผ่านอำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ก่อนไหลไปยังอำเภอบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน และอำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี ไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วไปรวมกับแม่น้ำเจ้าพระยาอีกครั้งที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

แม่น้ำน้อยมีความยาวทั้งสิ้น 145 กิโลเมตร ความกว้างประมาณ 80 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปี

2 จากสถิติปริมาณน้ำไหลสูงสุดของแม่น้ำแม่กลอง 3,482 ลบ.ม./วินาทีที่อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี (สถานี K.11A ของศูนย์อุทกวิทยาและบริหารน้ำภาคตะวันตก กรมชลประทานแสดงว่าตัวแม่น้ำแม่กลองเองมีศักยภาพรับน้ำหลากได้ถึง 3,000 ลบ.ม./วินาที เป็นการตอกย้ำว่าคลองผันน้ำสายใหม่นี้ ไม่มีความจำเป็นเลย หากรัฐบาลต้องการความมั่นใจเพียงแต่รัฐบาลทำคันกั้นน้ำตลอดลำน้ำก็เพียงพอแล้ว

Screen Shot 2556-10-29 at 12.12.17 AM

3 ให้เน้นการปรับปรุงคลองผันน้ำฝั่งตะวันออก ได้แก่ คลองชัยนาท-ป่าสัก และคลองระพีพัฒน์ ซึ่งเป็นคลองชลประทานเดิมที่มีอยู่แล้วให้สามารถทำหน้าที่เป็นคลองระบายน้ำได้ด้วย (ตามที่ กบอ.มีแผนอยู่ใน Module A5 นี้ด้วยแล้ว) ผนวกกับโครงการระบายน้ำบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิที่อยู่ก็น่าจะเพียงพอกับการรับมือกับน้ำหลากที่จะเกิดขึ้นต่อไปแล้ว

 

*** ได้ส่งความคิดเห็นนี้เข้าไปทางเว็บไซต์รับฟังความคิดเห็นโดยสำนักนายกฯแล้วเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2556 เวลาเที่ยงคืนยี่สิบสองนาที

Screen Shot 2556-10-29 at 12.21.15 AM

 

ใส่ความเห็น